narusei 的个人资料WHAT DO I THINK IF DOn'...照片日志列表 工具 帮助

日志


8月18日

Museum Siam (3)

ฉากที่ 15 / ห้องชีวิตนอกกรุงเทพฯ  ( Village Life ) / เช้า

 

ห้องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรม การละเล่นของเด็กไทย วิธีหรือของที่ใช้ในการดักจับสัตว์ รวมทั้งความเชื่อของคนในสมัยนั้น ในที่นี้ข้าพเจ้าคิดว่าน่าจะหมายถึง ชีวิตของชาวชนบทในสมัยนั้นเป็นเช่นไร

 

 

ฉากที่ 16 / ห้องแปลงโฉมสยามประทศ  ( Change )  / เช้า

ภายในห้องนี้จะมีการบอกเล่าด้วยภาพไขลาน 2 ส่วน  คือ  เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเกิดถนนหนทาง  ไม่เพียงแต่การคมนาคมที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น  หากยังเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนที่คุ้นชินกับสายน้ำและความแช่มช้า  นับจากนี้ไปถนนจะเร่งกงล้อแห่งความเปลี่ยนแปลงให้สยามเปลี่ยนโฉมไปตลอดกาล  นอกจากนี้ภายในห้องยังมีการจัดแสดงของใช้เก่าๆ ในสมัยก่อนอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์ ตู้รับจดหมาย เครื่องพิมพ์ดีด รวมทั้งเสื้อผ้าสมัยเก่าอีกด้วย

 

ข้าพเจ้าส่องกระจกไปพลางคิดไปพลาง ...คนสมัยก่อนใช้กระจกใหญ่ขนาดนี้รึป่าวนะ ข้าพเจ้าปล่อยให้ความสงสัยของข้าพเจ้าค้างคาอยู่อย่างนั้น จนไปถึงห้องต่อไป

 

 

ฉากที่ 17 / ห้องกำเนิดประเทศไทย  ( Politics & Communications ) /  เช้า

 

ห้องนี้จะบอกเรื่องราวของสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์เล่มแรกๆ สื่อวิทยุ ที่ถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงนั้น และจะบอกเล่าเกี่ยวกับเครื่องมือสร้างชาติ การอวสานของระบบสมบูรณาญาสิทธราชย์ ที่สำคัญในห้องนี้ยังมีสถานีวิทยุโทรทัศน์ จำลอง ที่มีโต๊ะสำหรับอ่านข่าวเพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าไปทดสอบได้อีกด้วย  แต่น่าเสียดายที่พวกข้าพเจ้าไม่ได้มีโอกาสเข้าไปถ่ายรูปขณะอ่านข่าว เนื่องจากในขณะนั้น มีนักศึกษาจากสถานที่อื่นกำลังถ่ายทำงานกันอยู่

 

 

ฉากที่ 18 / ห้องสีสันตะวันตก ( Thailand and the World ) / เช้า

 

หลังจากที่ข้าพเจ้าก้าวเข้ามาสู่ห้องนี้ ข้าพเจ้าได้พบตระการตาของสีสันต่างๆ ที่ถูกจำลองตกแต่งให้เหมือนกับว่าเราอยู่ในผับช่วงยุค 70 อย่างไรอย่างนั้น

 

ข้าพเจ้า

น้องสาว~ ขอนมจืด แก้วนึง

 

อีฟ

.....

 

 

ฉากที่ 19 / ห้องเมืองไทยวันนี้  ( Thailand Today )  / เช้า

 

ห้องนี้จะเต็มไปด้วยโทรทัศน์ที่สัมภาษณ์คนไทยหลายๆ ถึงความเป็นอยู่และวิถีชีวิตในปัจจุบัน ว่าเป็นเช่นไร ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นว่าเรามีความเป็นไทยที่อยู่บนพื้นฐานของความหลากหลาย  ความเป็นไทยที่รู้จัก เลือกรับ-ปรับใช้ ผสมผสานสิ่งดีงามจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเรา 

 

ฉากที่ 20 / คือห้องมองไปข้างหน้า ( Thailand Tomorrow ) / เช้า

 

และแล้ว ข้าพเจ้าก็เดินทางมาถึงปลายทางของการเดินทางจนได้ ในห้องนี้เป็นห้องที่เราสามารถใส่ความคิดเห็นของเราได้ว่า ในอนาคตถ้าหากว่าเราได้เป็นนายก เราจะทำอะไรให้ประเทศ ซึ่งเมื่อเราใส่ข้อมูลลงไปแล้ว ข้อความของเราก็จะไปปรากฏบนกำแพง ซึ่งจะปรากฏเป็นความคิดติดขึ้นมาในเงาของเรา กลายเป็นภาพราวกับว่า เรากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ข้อความความคิดที่ขึ้นมา มันมักจะไม่ขึ้นมาตรงกับเงาเรา ...ซะงั้น

 

ข้าพเจ้า

ไหนหว่า ความคิดเรา

 

พนักงาน A

เอ่อ น้องค๊ะ น้องต้องไปเดินใกล้กำแพง ให้เกิดเงา ความคิดมันถึงจะขึ้นมานะค๊ะ....

 

ข้าพเจ้าเดินออกไป พร้อมกับคนอีกกลุ่ม .... ความคิดคนอื่น เข้ามาพัวพันหัวข้าพเจ้าหมดเลย...

 

เพื่อนๆ

ก้องๆ นู่นๆ ของแกขึ้นมาแล้ว

 

ข้าพเจ้าหันรีหันขวาง คิดในใจว่า ไหนว๊ะ แต่แล้ว ข้าพเจ้าก็เจอะ ของข้าพเจ้า ในที่สุดข้าพเจ้าก็ได้ถ่ายรูปข้าพเจ้าคู่กับความคิดของข้าพเจ้าสมใจอยาก

 

 

ฉากที่ 21 / หน้าMuseum Siam / เช้าอยู่ แต่ฝนหยุดตกแล้ว

ข้าพเจ้า

ป่ะๆ ไปถ่ายแผ่นหินจารึกชื่อ Museum Siam กัน

 

แก้ม

ไปทางนู้นดีกว่า น่าจะมีป้ายชื่อMuseum Siam เหมือนกัน

 

พื่อนๆ

อ่าว ไม่มีแฮะ ....

 

ข้าพเจ้า

นั่นไง ว่าแล้ว อดจริงๆด้วย -   -‘

 

และแล้วการเดินทาง ไปMuseum Siam ในวันนี้ก็ต้องจบลง เป็นอีกหนึ่งวันที่สนุกมาก ได้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเรา และประเทศของเราอีกเยอะด้วย ขอบคุณเพื่อนๆมากนะ ที่ไปด้วยกันวันนั้น

 

ขอบคุณนะ

Museum Siam (2)

ฉากที่ 8 / ห้องสุวรรณภูมิ ( Suvarnabhumi ) / เช้า

 

ห้องนี้เป็นห้องที่ พวกข้าพเจ้าใช้เวลามากที่สุดเพราะเป็นห้องที่กว้างที่สุด เนื่องจากห้องนี้เป็นห้องที่ทำให้เรารู้จักกับคำว่า สุวรรณภูมิว่าเป็นดินแดนแห่งทอง  โดยบรรยากาศภายในห้องนี้ได้มีการจัดแบ่งเป็นสัดส่วน , มีการบอกเล่าถึงการเกษตร, การค้า  โดยมีเกมส์ที่ให้เราแลกเปลี่ยนสินค้ากับตัวละครชาติต่างๆ, การสร้างเมือง  ซึ่งมีตัวอย่างการ์ตูนวรรณคดีให้เราได้รับชม โดยมีการทำให้ผู้เข้าชมเกิดการมีส่วนร่วม  โดยการให้ข้าพเจ้าตีกลองเพื่อเปลี่ยนหน้า, เรื่องความเชื่อ-ผี-พราหมณ์-พุทธ  โดยมีการจัดฉากในสมัยสุวรรณภูมิ  และให้ผู้เข้าชมร่วมเล่นเกมส์กับทางพิพิธภัณฑ์โดยการใช้ไฟฉายที่ทางพิพิธภัณฑ์เตรียมไว้ให้เพื่อใช้ในการหาผี-พราหมณ์ และพุทธ  บนฉากนั้นเมื่อเราส่องไฟฉายไปโดนวัตถุ, โบราณสถาน  หรือบุคคลที่สำคัญๆ ก็จะปรากฎขึ้นเป็นจุดเด่นชัดขึ้นมา

 

ข้าพเจ้า

นานแล้วนะ ไปห้องต่อไปดีกว่ามั้งเนี่ย

 

ข้าพเจ้าจึงเดินทางไปห้องต่อไปก่อน พร้อมกับนุ่น และแก้มซึ่งห้องต่อไปที่พวกข้าพเจ้ากำลังจะก้าวเข้าไปนั้น คือห้อง ห้องพุทธปัญญา ( Buddhism )

 

 

ฉากที่ 9 / ห้องพุทธปัญญา ( Buddhism ) / เช้า

 

เป็นห้องที่ค่อยข้างมืดสลัว และมีเสียงสวดมนต์คลอเบาๆ เหมือนจะเป็นห้องที่ทำให้จิตใจเราสงบ ห้องนี้ มีเสาใหญ่ตั้งอยู่ 4 เสา ซึ่งแต่ละเสาจะจารึกเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ตรงกลางยังมีที่นั่งเหมือนจะใช้สำหรับให้เรานั่งสมาธิยังไงอย่างนั้น

 

 

ฉากที่ 10 / ห้องกำเนิดสยามประเทศ ( Founding of Ayutthaya )  / เช้า

 

เมื่อข้าพเจ้าเดินเข้ามาในห้องนี้ สิ่งแรกเลยที่ข้าพเจ้าเห็นเป็นสิ่งแรกก็คือ กระดานผ้าที่จารึกเรื่องราวเกี่ยวกับว่า การกำเนิดของกรุงศรี เกิดมาจากไหน นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวตำนานของคน 5 คนที่ถูกเล่าผ่าน interactive รูปแบบหนังสือนิทาน ซึ่งทำให้พวกข้าพเจ้าสามารถเลือกได้ว่า จะรับชมเรื่องราวของใครก่อน และเมื่อพวกข้าพเจ้ารับชมนิทานต่างๆจนอิ่มหนำใจแล้ว พวกข้าพเจ้าจึงค่อยๆเดินทางไปสู่ห้องต่อไป นั่นก็คือ ห้องห้องสยามประเทศ ( Siam ) นั่นเอง

 

 

ฉากที่ 11 / ห้องสยามประเทศ ( Siam ) / เช้า

 

ห้องนี้เป็นห้องที่เล่าถึงความเป็นมาของกรุงศรีอยุธยา  และกล่าวถึงสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมของกรุงศรีอยุธยา ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ บรรยากาศภายในห้องนี้จึงมีการประดับตกแต่งห้องด้วยเรือขนาดต่างๆ  อาจเป็นการแสดงให้พวกข้าพเจ้าได้เห็นว่ากรุงศรีอยุธยานั้นเป็นอาณาจักรที่อยู่ใกล้ทะเล นอกจากนี้ในห้องนี้ ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับ วิถีชีวิต และ กฏหมายต่างๆในสมัยนั้นอีกด้วย

 

ข้าพเจ้า

เสียงอะไรเนี่ย ดังตู้มๆ น่าสนใจจัง แต่รู้สึกเพื่อนๆยังดูไม่ทั่วห้องเลย .....ไปก่อนดีกว่า

 

ด้วยเสียงอันดังสนั่นจากห้องข้างๆ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกสนใจนักแล ทำให้ข้าพเจ้าต้องขอตัวเข้าไปในห้องต่อไปก่อน ข้าพเจ้าแอบเห็นป้ายหน้าห้องเขียนไว้ว่า ห้องสยามยุทธ์ ( The War Room ) 

 

 

ฉากที่ 12 / ห้องสยามยุทธ์ ( The War Room ) / เช้า

 

ข้าพเจ้าไม่ผิดหวังเลยที่สนใจห้องนี้เป็นพิเศษ ห้องนี้มีการใช้โมเดลจำลองประกอบกับการใช้เทคนิค 3 มิติ  ( ซึ่งเป็นตัวอย่างของการทำสงครามระหว่างกรุงศรีกับพม่า ) ซึ่งถ้าเรามองผ่านกล้องวิดีโอนั้น ภาพที่เราได้เห็นนั้นราวกับเรากำลังนั่งดูละครเวทีที่มี effect อลังการเลยทีเดียว แต่ความสนใจในห้องนี้ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ แต่ยังมีตัวอย่างของอาวุธในสมัยก่อนและ มินิเกมส์ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่สร้างขึ้นมาอีกด้วย

 

ข้าพเจ้า

ว้าว เกมส์จัดทัพ .... มีให้เลือก สองข้อ เรียน กับ ออกรบ .... ออกรบดิ Go!

 

ผลจากการที่ไม่เรียนรู้ก่อน ทำให้ทัพของข้าพเจ้าพ่ายแพ้ลงอย่างง่ายดาย...ข้าพเจ้ายืนแสยะยิ้มแหะๆ นิดหน่อยก่อนหันหัวไปทางอื่นแทน ซึ่งทิศทางที่ข้าพเจ้าหันไปนั้นทำให้ข้าพเจ้าได้เห็น นุ่นกำลังยิงปืนใหญ่ โดยมีแก้มเป็น หัวหน้าเชียร์ลีดเดอร์ที่คอยเชียร์นุ่นอยู่ และแล้วนุ่นก็ขจัด กองทัพศัตรูด้วยปืนใหญ่คู่ใจซะอยู่หมัด หลังจากที่พวกเรารู้สึกภาคภูมิใจกับชัยชนะที่ข้าพเจ้าคิดว่าได้มาอย่างง่ายดายเหลือเกินนั้น จึงก้าวเดินข้ามไปที่ห้องต่อไป ที่มีชื่อว่า................เชิญชมต่อที่ชั้น2

 

 

ฉากที่ 13 / ห้องแผนที่  ความยอกย้อนบนแผ่นกระดาษ ( The Map Room ) / เช้า

 

ห้องต่อมาที่ข้าพเจ้าเดินเข้ามา คือห้องห้องแผนที่  ความยอกย้อนบนแผ่นกระดาษ ( The Map Room ) ห้องนี้มีรายละเอียดเหมือนกับชื่อห้องนั่นเอง ก็คือเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับแผนที่โลก

และการเสียดินแดนของไทย นอกจากนี้ ยังมีเกมส์ให้เล่นอีกด้วย

 

ก้อง

เกมส์อะไรเนี่ย อีฟ

 

อีฟ

ไม่รู้ดิ

 

...ข้าพเจ้าจึงต้องค่อยๆส่อง และดูว่ามันเป็นเกมส์อะไรเอง หลังจากข้าพเจ้าดูเอาคร่าวๆแล้วนั้น จึงทำให้พอทราบได้ว่า มันเป็นเกมส์ที่คล้ายๆ เกมส์ Sim City หรือ เกมส์สร้างเมืองจำลองนั่นเอง หลังจากที่พวกเราดูกันเสร็จแล้ว จึงเดินทางไปสู่ห้องต่อไป

 

 

ฉากที่ 14 / ห้องกรุงเทพฯ  ภายใต้ฉากอยุธยา ( Bangkok, New Ayutthaya ) / เช้า

 

จะเป็นเรื่องราวของสงครามใหญ่ที่อยุธยาพ่าย เรื่องราวการกำเนิดใหม่ของกรุงศรี และความเป็นมาของชาติต่างๆที่เข้ามาทำการค้าในสมัยกรุงศรีด้วย นอกจากนี้ภายในห้องนี้เราจะพบกับสิ่งของประจำชาติมากมายของแต่ละชนชาติที่เข้ามาทำการค้ากับประเทศของเราอีกด้วย หลังจากนั้นเราจึงเดินทางที่ห้องต่อไป

 

 

 

Museum Siam (1)

ฉากที่ 1 /  Siam (หน้าดันกิ้นโดนัท) / เช้า

 

ข้าพเจ้า ยืนคอยเพื่อนๆอยู่ที่หน้าร้านดันกิ้นโดนัท ด้วยใจที่กังวลว่า ...เอ กรูมาเร็วไปป่าวหว่า ข้าพเจ้าจึง

 

ข้าพเจ้า

กี่โมงแล้วเนี่ย ...(ดูนาฬิกาขณะที่ถาม)

 

ภาพของนาฬิกาที่เห็นนั้นทำให้ทราบว่าเป็นเวลา กว่า 11 โมงแล้ว ซึ่งเป็นเวลาที่เพื่อนๆนัดไว้นั่นเอง ข้าพเจ้าที่ซึ่งกำลังหวั่นใจ และว้าวุ่นใจที่ยังไม่เจอเพื่อนๆก็สบตาไปเห็น แก้มกำลังเดินเข้ามาพอดี...

 

แก้ม

อ่าว แล้วคนอื่นล่ะก้อง ? ยังมาไม่ถึงหรอ

 

ข้าพเจ้า

น่าจะใช่อ่า

 

แก้ม

งั้นเข้าไปรอในดันกิ้นก่อนไหม แก้มยังไม่ได้ทานอะไรมาเลย

 

หลังจากนั้น ข้าพเจ้าและแก้มจึงบรรจงเดินเข้าไปในร้าน เพื่อหาอะไรกินรอเพื่อนๆไปพลาง  และแล้ว เพื่อนๆก็ค่อยๆทยอยเข้ามาทีละคนสองคน จนในที่สุด คณะผู้ร่วมเดินทางของเรามากันครบ พวกเราเริ่มออกเดินทางไป Museum Siam โดยการนั่งรถเมล์สาย 48 ...

 

 

ฉากที่ 2 / หน้าMuseum Siam / เช้า (ฝนตกหน่อยๆ)

 

ข้าพเจ้าเห็นแผ่นหินข้างหน้าทางเข้า จารึกคำว่า Museum Siam ไว้ ข้าพเจ้ารู้สึกมันน่าสนใจมาก จึงพยายามเรียกให้เพื่อนมาช่วยถ่ายรูป

 

ข้าพเจ้า

แก้ม ถ่ายรูปให้หน่อยดิ ที่ระลึกการมา

 

พื่อนๆ

บ้า ฝนตก เดี๋ยวค่อยออกมาถ่ายก็ได้ เข้าไปข้างในก่อนเหอะ

 

ข้าพเจ้า คิดในใจ จะได้ถ่ายไหมหนอ~ -   =''

 

 

ฉากที่ 3 / สวนของMuseum Siam / เช้า (ฝนยังตกอยู่)

 

ข้าพเจ้า

..................แล้วมันเข้าทางไหนล่ะว๊ะเนี่ย

 

ข้าพเจ้าและชาวคณะเดินทางร่อนเร่ หลงอยู่ในสวนไปเรื่อย...

 

 

ฉากที่ 4 / Museum Siam / เช้า

 

ข้าพเจ้าและชาวคณะ ก็ยังคงเดินทางร่อนเร่ไปเรื่อยเปื่อย จนไปเจอห้องๆ นึงที่มี จอมอนิเตอร์กำลังฉายอะไรบางอย่างอยู่หลายจอ กับ พี่สาวสวยๆนั่งเป็น Reception กันอยู่ 2 คน พวกเราจึงเดินทางเข้าไปตั้งใจจะถามข้อมูลบางอย่าง

 

ข้าพเจ้าและชาวคณะ

พี่คับ (ยังไม่ทันจะได้พูดจบ)

 

Reception สาวA

ติดสติ๊กเกอร์นี้ แล้วเดินเข้าไปในในห้องข้างๆนี้นะค๊ะ เชิญค่ะ

 

ข้าพเจ้าและชาวคณะ ก็เดินออกไปกันแบบมึนๆ โดยเดินทางไปตามที่ พี่สาว A บอก

 

 

ฉากที่ 5 / ห้องเบิกโรง ( Immersive Theater ) (Museum Siam) / เช้า

 

บรรยากาศภายในห้องนั้น ..ทั้งมืดสนิท และหนาวเย็นยะเยือก ทำให้เกิดความขนลุกได้บ้างประปราย

 

ข้าพเจ้า

โห มืดเชียว ดูๆไปก็น่ากลัวนะเนี่ยย

 

เพื่อนๆ

นี่เค้าเปิดให้เฉพาะเราเลยป่ะเนี่ย ลงทุนนะเนี่ย แค่ 5 คน ...

 

ไฟจากจอที่มีรูปทรงเกลียวคลื่น ค่อยๆฉายภาพยนต์สั้นๆเรื่องนึงขึ้นมา ซึ่งภาพยนต์เรื่องนี้ เป็นเรื่องของตัวละครทั้งเจ็ด  ที่จะนำเราย้อนยุคกลับไปสู่เรื่องราวอันเป็นต้นกำเนิดจากสุวรรณภูมิ  สู่สยามประเทศ  จนกระทั่งถึงประเทศไทย  เพื่อให้เราค้นหาคำตอบว่า...เราคือใคร  และใครคือไทยถ้าจะให้ข้าพเจ้าสรุป ง่ายๆ ข้าพเจ้าคิดว่าห้องนี้ ก็เปรียบเสมือนสารบัญในหน้าหนังสือ ที่มีไว้ในหน้าแรกๆ เพื่อจะบอกว่า เราจะพบอะไรและได้อะไรจากในหนังสือ ภายใต้หัวข้ออะไรบ้างนั่นเอง

 

เมื่อแสงสว่างจากจอภาพดับลง  ข้าพเจ้าก็เห็นแสงสว่างจากประตูอีกฝั่งนึง...

 

 

ฉากที่ 6 / ห้องไทยแท้ ( Typically Thai ) (Museum Siam) / เช้า

 

ชาวคณะ เดินทางเข้าสู่ห้องใหม่ ป้ายหน้าห้องเขียนไว้ว่า ห้องไทยแท้ ... บรรยากาศในห้องนี้ แตกต่างกับห้องก่อนหน้าอย่างลิบลับ เพราะห้องนี้มีทั้ง แสงสี และสีสันตระการตา เป็นการจำลองเอาภาพมุมมองต่างๆ ภายในกรุงเทพมหานครมารวมกันเอาไว้ 

 

ข้าพเจ้า

แก้มๆ ถ่ายรูปให้หน่อยดิ

 

แก้ม กับ นุ่น

หยั่งกะแกจะไป ชกกะเค้าเลยนะไอก้อง (เสียงขำขัน)

 

หลังจากที่ข้าพเจ้าถ่ายรูป ก่อนขึ้นสังเวียนกับเหล่านักมวยแล้ว ข้าพเจ้าก็ไปเป็นพ่อค้าส้มตำต่อ และแล้วข้าพเจ้าก็เดินไปหาแม่ค้าหาบเร่

 

อีฟ

ก้องๆ จีบแม่ค้า ~ (ข้าพเจ้า เค้าไปจับคางแม่ค้าหาบเร่ ทำท่าเหมือนกำลังจะจีบสาว) ก้องทำมือ จีบ ดิ ...(ข้าพเจ้า ทำมือเป็น จีบ พร้อมแอ๊คท่าถ่ายรูปกับ แม่ค้าหาบเร่แสนสวย)

 

นอกจากนี้ ข้าพเจ้า กะว่าจะไปเป็นคนขับรถสามล้อสักหน่อย แต่ ที่นั่งคนขับมันแคบเกินไปสำหรับคนอย่างข้าพเจ้า อาชีพนี้ข้าพเจ้าจึงอดไป... ห้องนี้ถ้าจะให้สรุป ก็คงเป็นห้องที่บ่งบอกว่า อะไรที่มันเป็นการแสดงถึงความเป็นไทยแท้บ้าง ซึ่งสิ่งที่แสดงถึงความเป็นไทยที่เห็นได้ชัดก็คือ ส้มตำ มวยไทย หรือรถสามล้อ นั่นเอง

 

เส้นทางสู่ห้องต่อไปเปิดแล้ว ห้องอะไรนะที่รอพวกเราอยู่...ขณะที่ข้าพเจ้าและชาวคณะก้าวผ่านข้ามห้องไป ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือ ....

ป้ายภาพที่เขียนไว้ว่าเชิญต่อที่ชั้นสาม -  -'l|

 

 

ฉาก 7 / หน้าทางเข้าห้องสุวรรณภูมิ ( Suvarnabhumi ) / เช้า

 

เมื่อเดินทางมาถึงชั้น 3 จะเป็นการย้อนอดีตไปกับการเปิดตำนานสุวรรณภูมิ ( Introduction to Suvarnabhumi ) ที่เป็นการอธิบายถึงความหมายของ สุวรรณภูมิ ว่าคือชื่อที่ชาวโลกเมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อนใช้เรียกดินแดนแห่งความมั่งคั่งทางทิศตะวันออกของอินเดีย  ที่แห่งนี้ในอดีตมีกรุงเทพฯ ที่ยังนอนสงบนิ่งอยู่ใต้ทะเล  และนอกจากนั้นเราจะได้ทำความรู้จักดินแดนแห่งสุวรรณภูมิมากยิ่งขึ้นผ่านการบอกเล่าความเป็นมาของมนุษย์ในยุคต่างๆ, โครงกระดูก, หลุมฝังศพ  และอารยธรรมที่ฝังอยู่ใต้ดิน  แต่ขณะที่กำลังชมนั้นเอง ก็มีเรื่องที่เกินความคาดหมายเกิดขึ้น ภาพของดาราดังผู้หนึ่งปรากฏขึ้น !!!

 

ข้าพเจ้า

นั่นๆ เจ้าขุนทองๆ กระบือนี่มัน ฉงนหรือป่าว หรือฉงายนะ อยากไปถ่ายรูปคู่จริงๆเลย เจอดาราดังด้วย ดวงดีมากมาย

 

เพื่อนๆ

แกก็ไปขอเค้าถ่ายดิ

 

ข้าพเจ้าไม่กล้าเข้าไปขอเค้าถ่ายรูป เพราะแลดูพี่ฉงนหรือน้องฉงายนี่ล่ะ กำลังทำงานพิธีกรของตนอยู่ สุดท้ายข้าพเจ้าเลยหันเหความสนใจของตัวเองไปที่เกมส์ขุดหาของโบราณ เพื่อกลบเกลื่อนความเศร้าที่ไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับดาราดังผู้นี้ หลังจากเล่นเกมส์ขุดหาของจนพอเป็นพิธีแล้ว พวกเราก็ค่อยๆเดินทางไปห้องต่อไปที่มีชื่อว่า ห้องสุวรรณภูมิ ( Suvarnabhumi )

 

 

 

8月24日

วันยุ่งๆ อีกแระ เซ็ง ~


วันยุ่งๆของกระผม
แหม่ ช่วงนี้ มัวแต่วุ่นวายกะปัญหาต่างๆ นาๆ  เลยมะมีเวลาว่าง มาอัพได ซะบ้างเลย ....
ว่าเข้านั่น จริงๆ มันก้อแค่ขี้เกียจล่ะว้า  ( ... แหะ แหะ )
ง่ะ อะไรต่อดีอ่ะ แง่มๆ เอาตามหัวข้อเลยละกาน  จะเว่าไว้ละกันว่า ตั้งกะก่อนสอบถึงบัดนี้ ทำอะไร มีงานอะไรบ้าง ~~
โผ่ะ ช่วงก่อนสอบ เต็มไปด้วย งาน งาน งาน ของ คราสเรียนแต่ละวิชา 
ส่วนมากจะมีแต่ ที่จะต้องทำ พรีเซนต์แปลกๆ ~~  ซึ่ง เราก้อไม่ค่อยได้ใช้หัวเน่าๆในการ คิดอะไรมากนัก
เพราะมี คนที่เค้า จัดการไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง มันก้อตรงใจ เราเยย  ~~ ช่วงต่อๆมา ก้อมี งาน โผล่เข้ามาเรื่อยๆ ~~~
แหม่ ช่างน่าเบื่อเสียนี่กระไร
 .... ก่อนสอบ1วันจารย์ยังจะสั่งงาน เขียนภาษาประกิตส่ง อีก ~ - * - ไม่เหนใจบ้างเรยหนอ จารย์พิเศษเนี่ย
ตอนแรก ก้อไม่ได้คิดไรหรอก เรื่องงานเนี่ย  แต่มาคิดหลังจากที่รู้ว่า วันต่อไป สอบ -*- ยังมะได้อ่านเลย เพิ่งมารุตัว ตอน 4ทุ่ม  งานประกิตส่งก่อนเที่ยงคืน
=   = ''  เครียด เรย  !!
แต่ ก้อผ่านพ้นมาได้ แบบ ชิว ชิว (หรอว๊ะ?) สุดท้ายก้อตื่นเช้าไปอ่านหนังสือ ที่ม.
ปรากฏ วิชาที่สอบคือวิชา อาจารย์โอม ( AD430 มั้ง) -  - วิชาที่ใช้หัวคิด  มี ตัวหนังสือที่ให้อ่าน ทั้งหมด  4 คำ หลักๆ  ...
นั่น ก้อคือ บันได โคนา 4ขั้นที่ได้กล่าวไป ในสเปซ ก่อนหน้า หน้านี้ 
-   - และแล้ว ก้อ นั่งหลับ  จนถึงเวลาสอบ เข้าไปสอบตามปกติ  ตอบคำถามแบบ ปกติ  -  -  บ้า บ้า บอ บอ ไร้ ซึ่ง แก่นสารอีกนิโหน่ย ไม่ถึง ครึ่งชั่วโมง แล้วก้อ หลับ
แหะ แหะ   แล้วกลับบ้าน~~~
วันสอบต่อๆมา ก้อไม่มีปัญหาอันใด  เพราะเอาหนังสือมา เริ่มนั่งอ่าน ตามปกติก่อนสอบ 2-3 ชม. >_<
มีคนมากมาย มาถามว่า ทำได้ ไหม ....  ตอบไปอย่างมั่นใจ ว่า ได้ทำ ล่ะ    -  - *  ก้อไม่รุนิ ว่ามานถูกม๊ะ
ใครจะกล้าบอกว่าทำได้เล่า ~ แหม่   ...
ในที่สุด     !! วั น ที่สอบเสร็จ ก้อมาถึง   วันนั้นช่างเปนวันที่มีความสุขเสียนี่กะไร 
ในสมองมีแต่เรื่อง พัก เที่ยว เล่น ยิปปี้~~ 
.....แต่แล้ว -   - ฝันถล่มทลาย  ปรากฏว่า มีงาน ต่างๆ นาๆ  พุ่งเข้ามาบานเรยครับ
กลายเปนว่า   หลังสอบ แทบจะไม่ได้พักเยย ง่ะ T-T  sad อย่างแรง
พอ เริ่มเปิดเรียนอีกครา  ก้อมีงาน ไฟนอลโปรเจค  ชิ้นใหญ่ หญ่าย ของ วิชา โคนากะสังคม มานั่งเคร่งเครียดทำกัน
แล้วยังมีงาน (นอกตำรากะกลุ่มผองพี่) ทำหนัง + VTR กิจกรรมที่ สสส.จัดขึ้นที่ แถวๆ สนามกีฬา นิมิบุตร(เขียนงี้ป่าวหว่า) อีก 
นั่งทำ prop. มัน ตั้งกะ บ่ายยัน ตี 5  -  -แล้ววันต่อมา ..ไม่ใช่ดิ ในวันเดิม นี่แหละ ก้อต้องตื่น ตอน 6โมง มา บวงสรวง+กะเตรียมของเดินทางไปทำงานที่ นิมิตบุตร
โอ้วจอร์จ เปนไร ที่ โคตรง่วง สภาพไม่ต่างไปจากซากศพเดินได้
-   - เกือบอาทิตย์แล้ว กระมัง ที่ไม่ได้เข้ามาเล่นเอ๋ม เล่นเอ็ม - * -มัวแต่ทำนู่นทำนี่ หงก หงก  - * -
อ๊าค แล้วช่วงนี้ ยังมี ต้องไป ต้อนรับขับสู้ ญาติที่มาจาก แคนนาดา อีก  โอ้ว~~~~~~~~
เหนื่อยซิง ซิง นะ  
....โผ่ะ!! แล้ว มะไหร่ จะหมดฟ่ะนี่  -   - ชักเนือยๆ เน้อ    แต่ นะ สู้ต่อปายทาเคชิ 
 
อ่ะ อ้ะ อ่า ไว้ พบกันใหม่ละกันนะ ทุกๆ คน  >_< เฮ ~~~~
6月21日

ไดอะรี่

อ่า วันนี้เราก็มาเปลี่ยนรูปแบบการเขียนไดอารี่ สำหรับวันนี้ดีก่า

เมื่อคืนวันอังคารไปนอน ค้างที่หอ รุ่นพี่ที่ทำหนังสั้น โดยมีทรายเพื่อนปี2 มาค้าง
 
ด้วยโดยไม่ได้นัดหมายนะครับ จริงๆแล้วจะมีไอปออีก1 ตัวครับ
 
แต่เนื่องจากมันบอกว่าขอกลับหอไปอาบน้ำก่อนแล้วจะมาค้างด้วย แต่ มันดันกลับ
 
ไปถึงหอ แล้วถูกเพื่อนในห้องชวนกินเหล้า จนเมา ....
 
สุดท้าย มันก้อเลยไม่ได้โผล่หัวมา เลยครับ  ... วันนั้นก้อได้ฤกษ์นอนไปใน เวลา ตี
 
1 ค่อนข้างเอนเอียงไปทางตี2
 
....หลังจากนี้เน่านิดนึง  ...

........หลังจากที่ได้ยินเสียงแกร๊ก ของสวิตส์ไฟที่ถูกกดเพื่อให้แสงไฟที่คอยส่องแสงนำทาง ค่อยๆดับลง สายตาของผมที่หลับลืมตาอยุใน ความมืด ..แต่ก็เปนความมืดที่ไม่มืดมิดสักเท่าไหร่ เนื่องจาก แสงสีเหลืองนวลที่สาดส่องมาจากดวงจันทร์ทรงกลมมน บนฟากฟ้าสีครึ้มน้ำเงินดำ จึงทำให้พอยังมองเหน สิ่งของที่วางอยุในห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วยังมองเหนเงาของเพื่อนและรุ่นพี่ที่อยู่รอบๆกาย ช่างให้ความรู้สึกอบอุ่นดีเหลือเกิน  ...แต่ทำไมในใจของตัวผมนั้น มันยังคงหนาวจับใจเหมือนดั่งผมถูกจับใส่ลงในเมืองหิมะของครีมเวิลก้อไม่ทราบได้..(ขอตลกนิดนึงน่า)บ รรยากาศที่เงียบงัน และความมืดที่ไม่มืดมิดเพราะแสงจันทร์เปนใจ ทำให้ตัวผมมีเวลาว่าง พาลคิดถึงเรื่องต่างๆนาๆ ไม่ว่าจะเปนเรื่องของครอบครัว .. หรือเรื่องของเพื่อน  หรือจะเปนเรื่องการเรียน  และอื่นๆ อีกมากมาย  แต่ในที่สุด เมื่อเสียงนาฬิกาตีครบ สามครั้ง ตัวผมก้อเผลอหลับไป .....

หึหึหึหึ     มีแต่งเพิ่มตรงนาฬิกาอ่ะ จริงๆในห้องมันไม่มีอ่ะ  (| _ < ) คือจริงๆผมหลับไปเองไม่ได้ยินเสียงไรหรอก
 
เริ่มเช้าวันใหม่กะการตื่นมาเปนคนแรก แต่งตัวอาบน้ำ......อาบน้ำแล้วแต่งตัว ออกมาพี่ๆก้อตื่นกันพอดี ก้อขอตัวออกมาก่อน
เพราะม่ายค่อยอยากนั่งมอไซรับจ้างอ่ะ ก้อเลยออกมาตั้งกะ8โมง  ไปถึงที่ห้องเรียนคนแรก... ตั้งกะ 8โมงครึ่ง........
 
 
 
 
เรียนกะจารย์ กวนตีน เฮฮาดี ....ไม่ใช่ชื่อจารย์นะ  ชื่ออาจารย์จริงๆ แบบว่า จำไม่ได้ 
สอนเรื่อง  บันไดของโฆษณา  ที่เริ่มมาจาก   ส่วนประกอบ (มันมีอะไรบ้าง)
                                                          ประโยชน์ (มันทำอะไรได้)
ช่วงโมเมของนักโฆษณา 2ช่วง                  ประสบการณ์ (รู้สึกอะไรกะมัน )                                                           การสร้างภาพลักษณ์  (คุณเปนอะไร)
แบบว่า มึน นิดนึง น่ะนะ  แต่ก้อพอรู้เรื่องบ้าง  จารย์สอน เฮฮาก้อโอเค  แต่สุดท้ายมาติดที่งานที่จารย์สั่งนี่ซิ
 
- * - ต้องแข่งกะเพื่อนๆทำชิ้นงานเยอะๆ   เฮ่อ ม่ายชอบเลย แต่จารย์พูดมาก้อมีเหตุผลว่า ถ้าเปนชีวิตจริงมันก้อต้องแข่งขันกัน ...
 
ไม่ชอบง่ะ
 
ตกเที่ยงไปกินข้าว ไม่มีความรู้สึกว่าอยากกินเรยสักนิด  ไม่รู้ทำไม  แต่เปนมาสองวันแล้ว....   ก้อเลยกินน้ำไปขวดนึง
 
กินกันเสร็จก้อมานั่ง ฟังพี่ดุ๋ยพูดมาคุย เรื่อง OSP
 
.......อยากให้ทุกคนอยุด้วยกันไปนาน นานเลยอ่ะ ไหนๆก้อรุจักกันแล้ว ไม่อยากจะต้องแยกกันเลยอ่ะ
 
เพื่อนๆ อย่าเครียดเรื่องเกรดกันเลยนะ  ผมเองก้อจะพยายามไม่เครียดกะมัน   ไหนๆก้ออุตส่าห์ได้เพื่อนดีๆ ตั้งเยอะขนาดนี้แล้วนิ
 
อยากจะ อยุรวมๆ กัน  อ่ะ
.......
 
เวลาว่าง ก่อนขึ้นเรียน Eng lab  ประมาณ 40นาที   มานั่งถกปัญหางาน AD 300กัน   วุ่นวายมากมาย
 
รุสึก เนือยๆ นิดนึง  หมดใจไปอีกหน่อยนึง  แหะ แหะ    
 
หลังจากนั้นขึ้นไป ที่ ห้องl a b ไปทำ เทล มี หมอ (tell me more)
 
เหลือจากอาทิตย์แรกประมาณ 3ช่องได้ นั่งทำ  ...
มีของ วีครอบ รองสุดท้าย  ...     วนไป วนมาหลายรอบแระ ไอไดอะร๊อกมันเนี่ย  ก้อยังได้ไม่เต็ม .. ประมาณ 95-98 เนี่ยแหละ
 
สุดท้าย ทำอันอื่นเสร็จเลยปล่อยมันไว้เช่นนั้น แล     .... 
 
ง่วงมากมาย + เหนื่อยมากมาย(ทั้งแรงกายและแรงใจ)  เลยไปดื่ม ลิโพ....... เอ๊ยม่ายช่าย (เล่นถูกอันรึป่าวว๊ะ คล้ายๆว่าม่ายช่ายเลย)
 
ก้อเลย ออกจากม.เร็วก่าปกติ ประมาณครึ่งชั่วโมง     เริ่มต้นกลับบ้านด้วยการนั่งรถเมล์....ไปฟิวเจอร์ แล้วต่อด้วยแท๊กซี่ตรงฟิวเจอร์กลับบ้าน
 
.......-   -และแล้วก้อถึงบ้าน   นอน  ตั้งกะบ่าย ยัน 6โมงเย็น
ตื่นมาเล่นเอ็ม   อัพได ..........
 

เคยมีใครสักคนได้บอกฉันมา
ว่าเวลาใครมาทำกับเราให้เจ็บช้ำใจ
ลองไปเก็บก้อนหินขึ้นมาสักอัน
ถือมันอยู่อย่างนั้นและบีบมันไว้
บีบให้แรงจนสุดแรง ให้มือทั้งมือมันเริ่มสั่น
ใครคนนั้นยิ้มให้ฉัน ถามว่าเจ็บมือใช่ไหม
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง
ใครมาทำกับเธอให้เจ็บหัวใจ
ก็แค่ให้ก้อนหินก้อนนั้นให้เธอรับมา
เพียงเธอจับมันโยนให้ไกลสายตา
หรือเธอปรารถนาจะเก็บมันไว้
หากยิ่งยอมยิ่งแบกไป หัวใจของเธอก็ต้องสั่น
หากยังทำตัวแบบนั้น ถามว่าปวดใจใช่ไหม
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอรับไว้เอง ... .

โรส..
เสียงเพลงนี้ก็แว่วผ่านเข้าหูผม ผมก็รู้สึกคิดว่า เนื้อหาของเพลงนี้แสดงถึงความเป็น จริงในธรรมชาติ
 ถึงกับต้องชมผู้แต่งเพลงนี้ที่เข้าใจธรรมชาติ และสาเหตุของความทุกข์เป็นอย่างดี เพลงนี้ให้คติผมมากเลย
แต่  จริงๆแล้วสำหรับตัวผมนั้นน่ะ มันทำยากมากมายเลย .... -  * - เวงจริงๆกรู
 

ปล.1  รุสึกจะพิม  ดรีมเวิล เปน  "ครีม"เวิล  สงสัยต้องเปลี่ยนเปนภาษาไทย โลกแห่งความฝัน   แบบเดียวกะที่ผมเปลี่ยนชื่อฟิวเจอร์ปาร์ค
ให้กลายเปน สวนแห่งอนาคต    ....
ปล.2  22 นี้ผมไม่ไปนะครับ โรงเรียนน่ะ   
5月31日

วันนี้มาจ้อเรื่องพี่ บูม ครับ

 
วันนี้มีเรื่องพี่บุม คับ  เปนเรื่องของ ความคิดครับ ค.คิดที่ มีครับ  ใครอยากรุก้ออ่านต่อครับ  แต่รับรองครับ ถ้าไม่ปิดตอนนี้แล้วจะเสียใจ   เย้ยส์
 
ฮึ แต่ถึง ไง ไง ผมไม่ง้อให้อ่านหรอก ฮึ
 
วันนี้เปิด  เอ็ม มาเจอป๋าบูม  ป๋าบูม ให้เข้าไป ที่ ไดอาลิ่ว เอ๊ย รี่ ของบูมครับ
 
ได้ไปเจอกะ เพลง โปรด ที่โคตร ชอบตอนนี้เรยครับบ  ดีใจมากมายอ่ะคร้าบ
 
โคตร อยากบอกว่า ขอบคุณบูมมากๆครับ
 
บูมเปนเพื่อนที่ดี มากครับ ถือว่าดีมาก มาก 
 
.................. ถึง มากที่สุดเลยดีกว่าครับบบ   .... ไม่ว่าจะเปนเรื่องไหนๆที่พี่บูมทำ มักจะเปนสิ่งที่ดี และตรงใจเพื่อนๆเสมออ่ะครับบ 
 
นอกจาก นี้พี่บูม ยังเปนที่พึ่ง อัน ยอดเยี่ยม ของทั้งเพื่อนๆ และอาจารย์ที่ ศอ.  รวมทั้งเพื่อนๆที่ ม.กรุงเทพด้วย 
 
เปน ไง ล่ะครับ  สุดยอดไหม
 
มีพี่บุม อยุ ด้วย ทำเอา  ผมจะเปนง่อย เลยซะงั้น    เพราะแทบไม่ต้องกระดิกอ่ะครับ  หา ไม่เจอยัง ไง  มาถามพี่บูม
 
รับรองครับ ได้เจอแน่ แน่  (ถ้ามันมี น่ะนะ )
 
เช่น นะครับเช่น 
 
ก้อง: เพ่ๆ  ทำไงดีอ่ะ จะ ต้องออกไปพูดหน้าชั้นเกี่ยวกะ การอธิบายวิอะไรก้อได้อ่ะ  แต่ไม่รุจะเอาไรดี
 
บูม : เอาไร อ่ะ
 
ก้อง:  เออๆ เอาเปนเรื่อง วิธี จีบสาวไงให้ติดดีไหม 5 5 5+
 
บูม: อ่ะแปปนะ  ..........  อ่ะนี่ไง http://www.jeebsao.com/  
 
ก้อง:  อ่ะ ...
 
 
เหนไหมครับ แม้แต่เวป เช่น นี้ ยังหามาได้อ่ะครับ   พี่ผม เท่ไหมครับ ?
 
จิงๆ มีเรื่องที่จะจ้อเกี่ยวกะบุมมากมายครับ
 
แต่พูดไป จะหา ว่าโม้ครับ  เพราะแต่ละเรื่องเปนเรื่องที่ดี มากมาย อ่ะครับ..... ผมไม่ได้โม้~ นะครับ เนี่ย ไม่เชื่อไปถาม พี่
 
จอบรักษ์(สมรักษ์ คำสิงห์)  ดูได้
 
สรุปเลยดีก่าครับ 
 
จะบอกว่า  บูม เปนคนดี มากมาย คร้าบ  เปนเพื่อนที่ ดีมาก มากเรย ครับ   และอยากบอกอีกว่า ที่บอกว่าดี
 
ไม่ใช่เพราะ บูม สามารถ ทำอะไร อะไร ให้ผมแบบที่ผมได้กล่าวไป ได้นะครับ  แต่ เรื่องของเรื่อง คือ มันอยุที่ ใจอ่ะครับ
 
ความรุสึกและความคิดที่มี ให้กันด้วย ครับ ที่ทำให้ ผมรุสึกว่า บูมเปนเพื่อนที่ดี และคิดว่าจะ ยอมเปนเพื่อนที่ดี ของก้องต่อไป
 
แหะ แหะ   .... 
 
อย่าคิดมากอ่ะครับ  ผมเตือน แล้วว่า อย่าอ่านมาถึง  นี่  รุสึกเสียดายตาไหมครับ  -  * -     
 
คนอย่าง ก้อง ก้อ ไร้ สาระได้เท่านี้ล่ะครับ     -    - 
 
กลายเปนคน ครึ่งๆกลางๆ จะสาระ ก้อดันไม่มี จะไร้สาระ ก้อไม่ไร้สาระแบบสุดๆซะงั้นครับ
 
..ปล. ครับ อาจฟังดู ไม่รุเรื่องเพราะก้องเรียบเรียงคำพูดไม่เก่งนะครับ ขออภัย
 
ปล.2 ครับ คำ ว่าสาระหรือไร้สาระเนี่ย มานั่งคิดๆ ดูอีกที นะครับ  ...  เราตัดสินกันที่ตรงไหนกันบ้างครับ  
 
สำหรับตัวก้องเนี่ย  ไม่ว่าจะเปนเรื่องอะไร ถ้าเราตั้งใจพุด ตั้งใจ ฟัง  เรื่องนั้นๆก้อเปน เรื่องที่มีสาระแล้วครับ
 
ไม่จำเปนต้องเปนเรื่องที่ให้ความรุ อาจเปนเรื่องที่ บ้าๆ บอๆ ก้อได้ครับ แต่ ว่า ขอแค่ มีคนตั้งใจฟัง  มันก้อคือ สาระ ครับ
 
...
 
ปล.3 ครับ  อยากบอกว่า ขอบคูณบุม อีกทีครับ ที่เปนเพื่อนที่ดีให้ กะคนอย่างก้องนะครับ   ไม่รุว่าการ ที่พูดๆไปเนี่ย  ว่า
 
 บูมเปนเพื่อนที่ดีของก้องเนี่ย   แล้วตัวบูม จะรุสึกว่าก้องเปนเพื่อนที่ดี ของบุมด้วย ไหม รึป่าว .. 
 
แหะ ถ้าไม่ใช่ ขอ กราบ ขออภัยมา ณ. ที่นี้นะคร้า บบบบ    
 
ครับ  วันนี้ ก้อหมดเรื่อง ของบูมแล้วครับ  ต่อไปใครจะเปน คนต่อไป นะ ~~  hee hee
 
ผมชอบ ทุกๆคนนะครับ .... อาจมี มากน้อยไม่เท่ากัน   แต่
 
รักยังไงก้คือรักครับ  
 
 
3月16日

tadaima~

อาวล่ะ อาวล่ะ  ก่อนอื่นเลย เริ่มจาก........   "  เกรด "                      เกรด  ออกมาแว้ว สองวิชา T-T      
 
คือ!!! วิชา ภาษาประกิต กะ stat (เลขสถิติ)   
 
ตอน เข้า ไปดู ผล    แทบคลั่ง  อังกฤษ ได้ B+   .....        
 
แต่ ยังพอ ได้ stat  A มา ระงับอาการคลั่ง    -     - '''       
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ว่าด้วยเรื่องต่อมา   ....   OSP  
 
ณ.เช้า วันที่  อังคารที่ผ่านมา  ก้องเข้าเอ็ม ด้วย อารมณ์ ที่แจ่มใส (มั้ง ) ปิ่นก้อทักเข้ามาว่า    ปิ่นรู้รายละเอียด OSP แล้วน้า
 
เพิ่งถามกิ๊ก มา   ...   โอ้ ~ ปิ่นรุวัน ที่ต้องไปลงทะเบียนแล้วล่ะ  นั่นก้อคือวันที่ 22 มีนาคม O_o
 
น้องก้องจึงบรรจง รอเพื่อนๆในเอ็ม ให้โผล่หัวกันเข้ามา  ....แต่ กลับ ไม่พบเจอผู้คน   จึงตัดสินใจ โทรไปหานุ่น
 
แต่!!!...
 
ก้อไม่ติด     -      -''      น้องก้องเลยไปหาเกมส์มาเล่น  และแล้วก้องก็ค้นหา เกมส์ในห้องเก็บของ จนไปเจอ เกมส์
 
ที่อยากเล่น  จึง ได้ ปิดห้องเก็บของแล้ว เตรียมเอาแผ่นเกมส์มาใส่ที่ ตัวเครื่อง ...  
 
แต่ทันใดนั้น!!!!  
 
ขณะที่กำลังจะกด เปิด เกมส์ ก้อมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น!!!!!!
 
ไม่ใช่ใครที่ไหน นู่นุ่น นี่เองที่โทรมา  ก้องจึงบรรจง ร้อยเรียงเรื่องราวของ OSP ที่ได้รับต่อจากปิ่น มาเล่าให้นุ่นฟัง 
 
แต่แล้ว!!!!!!
 
นุ่นก้อเกิดคำถามขึ้นว่า  แล้วมันเริ่มเรียนเมื่อไหร่อ่ะ ?   แล้วปกติเนี่ย  เค้าเรียนก่อนแล้วค่อยลงทะเบียนรึป่าว? 
 
ตอนนั้น ตัวเราถึงกับอึ้งกะคำถาม เพราะไม่คิดว่า ตามปกติแล้ว มันไม่น่าที่จะเรียน แล้วค่อยไปลงทะเบียน 
 
จึงบอกกับนุ่นไปว่า   เห? ปกติเนี่ย มันต้องลงทะเบียนแล้วค่อยเรียนนิ     นุ่น จึงเออ ออตามด้วย ว่า จิงเนอะ
 
แต่ แล้ว  สิ่งที่ไม่คาดฝันก้อเกิดขึ้นมา   
 
!!!!!!!!!
 
วันต่อมา นั้นเอง   ขณะที่ก้องเข้าเอ็มมา เจอปิ่นอีกครา
 
ปิ่นได้ บอกว่า  เริ่มเรียนวันที่ 21 นะ      ในดวงใจน้อยๆของก้องจึงเกิดคำถาม   จึงได้กล่าวออกไปว่า
 
อ่าว แล้วลงทะเบียนวันไหนล่ะ ?
 
ปิ่นปิ้นจึงตอบมาว่า ก้อ 22 ไง
 
-      ='' อ่อ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าที่แท้ เค้าลงทะเบียนกัน หลังเรียน O_o 
 
....
 
เขิล  เลยโทรไปบอก นุ่นเลย ว่า   จิงๆแล้วเค้าลงทะเบียนหลังเรียนได้นึงวันตามที่นุ่นคิดจริงๆ
 
และแล้ว วันพุธ ทุกคน ก้อทราบ ข่าวคราวเกี่ยวกับ OSP
 
... .ในที่สุด ..   ...เวลาที่จะต้องเริ่มเรียน ซัมเมอร์ของ OSP ก้อมาถึง  ...   -     =  ' 
 
เซ็งแสด ~~~~   
 
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .. . . . .. . . .. . . .. . . .. . . .. . .
 
หมายกำหนดการ ตารางสอน และตรารางสอบ OSP~ นะ ค้าบ
 
เริ่มเรียน วันที่ 21  
ลงทะเบียนวันที่ 22
 
ตารางสอน  มีเรียน วัน  อังคารถึงศุกร์ เวลา เช้า ของทุกวัน .... ได้แก่วิชา CA103 และ AD301 นะครับ
 
จันทร์   .... เย้ย โผล่มาได้ไง ไม่มี๊ไม่มี
 
อังคาร   เรียน ไรก้อไม่รู้ล่ะ ที่ห้อง 12 507
 
พุธ        เรียน ไรก้อไม่รู้อีกนั้นแล  ที่ห้อง 12 608
 
พฤหัสบดี เรียน ไรก้อไม่รุง่ะ -    -''' ที่ห้อง 12 507  จากการเดาแบบมั่วๆคิดว่า อังคารเรียนไร วันพฤ.ก้อเรียนอย่างนั้น(มั้ง) 
 
ศุกร์     เรียน ไรสักอันล่ะน่า  ที่ห้อง 12 605
 
อื่นๆถ้ามีจะมาเพิ่มเติมคราวหลัง  ขอบคุณที่ใช้บริการ  รับซาลาเปาเพิ่มไหมครับ ?
 
. . .. . .. . .. . .. . .. . .. . .. . .. . .. . .. . .. . .. . .. . .. . .. .. .. ..  .. .  ..  .  .   . . ... .   .    .  ....   .  .. .  ..  .
 
ตารางสอบ 
                                           MID                                             FINAL
AD 301                   22/04/ปีนี้แหละ     เช้า~                        19/05/ปีนี้อีกเหมือนกัน บ่าย~
 
CA 103                   18/04/ ปีนี้            บ่าย ~                       16/05/ปีนี้                     บ่าย~
 
class นี้ มี ชาย 14คน ญ. 30 คน
 
เอ้อ sec ที่ 1200 งับ
 
... ปล.   เครดิต สาวสวย ปิ่น( iampinz@hotmail.com ) คร้าบบ~~~~~~
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
กำหนดการของกระผมเอง
 
ศุกร์นี้   วั นเกิดเพื่อนเน็ท
 
เสาร์นี้  บ้านท่านป้า ...
อาทิตย์ อาจ ต้องไปบ้าน ย่ากะก๋ง
 
จันทร์   แม่จะลากไปลองสอบใบขับขี่
 
อังคาร  เริ่มเรียน OSP ฉบับ summer
 
พุธ       ลง ทะเบียน OSp ฉบับ ซัมเมอร์
 
______________________________________________________________________________________
จบเท่านี้ก่อนละค้าบ กะลัง วุ่น ~   >_<    
2月14日

ขอโทษครับ

กรรรรรรร
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ขอโทษจริงๆ สำหรับทุกๆคนที่เหนว่าเราหงุดหงิดบ่อยๆ
 
ขอโทษจริงๆสำหรับ ที่เรารู้สึกว่าเราทำตัวน่ารังเกียจ และน่าเบื่อมากมาย
 
ขอโทษจริงๆถ้าเกิดว่าช่วงนี้งี่เง่า ในหลายสถานการณ์
 
ขอโทษจริงๆถ้าบางคนเหนว่าเราฝืนยิ้ม แล้วคิดว่ามันน่ารำคาญ
 
แต่มันเกิดเรื่องขึ้นมากมายในช่วงนี้  เปนเรื่องที่เราคิดมากไปเองและเปนเรื่องที่เกิดขึ้นมาจริงๆ
 
โดยเฉพาะว่า เรื่องที่ย่าเสียไป
 
ไม่ว่าอะไร อะไร ไม่เคยคิดว่าจะเสียใจได้ขนาดนี้
 
คนที่เราคิดว่าเรารัก หลังจากที่ย่าล้มตัวลง แล้วหมดสติ
 
แล้วนำตัวส่งโรงพยาบาล
 
เราคิดว่าเราน่าจะยังมีโอกาสทำ สิ่งต่างๆให้ ย่ามากกว่านี้
 
ไปหา ไปพบเจอให้บ่อยกว่านี้
 
เราคิดว่าเราพอจะทำอะไรได้ จะพยายามทำ ให้มากยิ่งกว่าที่ปกติเคยทำ
 
แต่ว่ามันไม่เปนอย่างนั้น
 
ย่าคนที่เรารัก และรักเรา ไม่กลับมา 
 
ย่าคนที่ ไม่เคยลืมวันเกิด เรา ทั้งๆที่ หลายๆคนลืมและไม่ได้ใส่ใจ
 
ย่าคนที่ คอยถามว่ามีตังไป เรียนไหม
 
ย่าคนที่ถามเราว่าเรา หิวไหม? อยาก ทานอะไรไหม 
 
คอยเปนห่วงเรื่องต่างๆ ทั้งๆที่ หลายๆ คนไม่ได้สนใจ
 
ย่าคนที่ยังรักและเปนห่วงเราเสมอ
 
ต่อจากนี้ไม่มีอีกแล้ว  ......
 
เราเอง จะยังมีคน ที่คิดจะรัก คิดที่จะเปนห่วง ยังนี้อีกไหมนะ
 
คง จะ หา ยาก มาก เรย ล่ะ เนอะ ^^
 
สุดท้ายนี้ก็ขอให้ย่า ไปสู่ สุคติ อยุบนสวรรค์เถอะนะ
ไม่ต้องเปนห่วง ก้องหรอก  ก้องไม่ได้ร้องไห้เลยนะ   ก้อง ยังยิ้ม ต่อไปได้นะ
เพราะอย่างนั้นขอให้ย่าไปสบายๆเถอะครับ....
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ทำไมรุสึกเหมือนเพื่อนๆ ที่มีอยุเยอะแยะมันหายไปหมดนะ  ทำไม ทุกคนถึงดูเลือนลางจัง  เปนเพราะเราเอง ที่มองดู พวกนายเลือนลาง หรือเปนเพราะ เราค่อยๆเลือนลางไปเองนะ ?~
 
 
 
ทำไมนะ ยิ่งนานวัน การฝืนยิ้มกับการกลั้นน้ำตามันทำได้ยากขึ้นทุกๆวัน?
ยิ่งผ่านวันเวลามากมายไปทำไมมันยิ่งเหนื่อยกว่าเดิม ทำไมมันไม่ทุเลาลงเลยนะ ทั้งๆที่มีเพื่อนๆ คอยหัวเราะเปนเพื่อนอยุทุกๆวัน ?
 
ขอบคุณคนที่คอยเปนห่วงน้า ^^ 
 
 
ปล.1 พอดีนั่งเชี่ยๆอยุคนเดียว ไม่มีไรทำ เรยมานั่งทบทวนเรื่องนี้  ครั้งแรกเหมือนกัน ที่รุสึก .... ขนาดนี้ตอนอัพ  เฮ้อ ~~
 
ปล.2 อายจริงๆแต่ก้อต้องยอมรับว่า พิมไปน้ำตาไหลไป ...-*-  ก้อนะ แหะ แหะ 
 
ปล.3 ก้อต้องยอมรับอีกน่ะแหละ ร้องไห้แล้วมันโล่งๆดีนะ  (จิ๊งจิง)
 
แหะ แหะ ว่าเข้านั่น ไม่ได้เปนอะไรจ้า ^^    สบาย สบาย   แค่ลองเขียนซึ้งๆน่ะ แหะ แหะ ^^
1月25日

เซ็งแสดดดด

เฮ้อ วันนี้ 

เกิดเรื่อง

มากมาย

แต่สุดท้าย

ก้อ ค่อย ค่อย เลือนไป
ไม่เปนไร  ไม่เปนไร      ได้แต่คิดอยุเท่านี้   

แล้วแต่ น่ะ   ยังไงก้อได้  ไม่อยากจะขออะไรมากมาย 
 
ก้อได้แต่ พูดเท่านี้  เพราะคิดว่ามันดีแล้ว    
 
 
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
วันนี้   สัมภาษณ์ มา  (OSP)
 
เครียดมากเลย
 
ไม่ใช่เครียดกลัวไม่ติดนะ
 
แต่  แค่ไม่ชอบนั่งตอบคำถามเดี่ยวๆ  
 
ไม่อยากจะเข้าไป  อยุคนเดียว     เพราะเวลาอยุคนเดียวแล้วรุสึกไม่ดีเลย ( ถ้ามีคนอยุข้างๆถึงจะคิดอะไรออกง่ะ) 
 
ถ้า ติดจิงๆ ...แต่ถ้าเพื่อนๆ ไม่ติด  เราก้อคงไม่ขอเข้าล่ะ  (แม้ ว่าบางคนอาจอยากให้เราเข้าไป (หึ หึ )
 
แต่ถ้าเพื่อนๆติด เราไม่ติด... ก้ออยาก  ให้เพื่อนๆได้ไป กัน (ถ้าติดอย่างต่ำ2คนขึ้นน่ะนะ) ส่วนเรากลับไปเรียนปกติเปนเพื่อนบูมกะเม่ง แทน ใจจริงอยาก อยุปกติมากก่าอ่ะ ไม่อยาก จะต้อง ขาดหายไปง่ะ  ^^
(ถ้าจะดี)
 
ช่างมันดีก่า   ไม่เปนไร   
 
ไม่เปนไร ไม่เปนไร     ....    
 
   
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ปล.1   ขอบคุณนะเพื่อนๆที่คอย เปนห่วงบ้าง    ^^
ปล.2   คงไม่เปนไรมาก อาจหน้าเครียดๆหน่อย แต่อย่าไปสนไอก้องมานเลย  ช่างหัวมาน ^^
ปล.3  เหยยยยยยยยยย ก้องว่าจะตัด จะตัดผม ยังไม่ได้ตัดสักที   --*-- <<<< อันนีเครียดสุด
ปล.4  เซ็งแสดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด.....
ปล.5  แล้วแต่    >_<
ปล.6  ไม่มีไรแล้ว  อยากให้เยอะๆ แค่นั้นแหละ
ปล.7   หมดแระ  (จิง จิงนะ)
ปล.8   เอ้า ไม่ได้โกหก ง่ะ 
ปล.9  ไปแล้วจ้า
ปล.10 ร้ากเพื่อนๆทุกคนเรยย >_< ทั้งใหม่ทั้งเก่า  เอิ๊กๆ
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
พี่แม่งเหนแก่ตัว ชักเซ็งแล้วนะ ทีตัวเอง เล่นเกมส์คนอื่นห้ามเปิดเวป ที่ คนอื่นเล่นเกมส์ตัวเอง  บอกขอเปิดเวป (แถมต้องได้)  เซ็ง .....  มีแต่เรื่องงี่เง่า กับคนงี่เง่า 
 
...... หรือมานเปนเราเองที่งี่เง่า  ใครๆ ถึงได้ ....
 
เออ ช่างแม่งเหอะ เซ็ง  ..
 
แล้วแต่  ....ละกัน
1月23日

ทำไม?

อีกครั้ง  ถ้าไม่อยากอ่าน ไม่อยากรับรู้ ก็ปิดไปได้เลยนะ
 
 
 
 
คำถาม
- ทำไมคนเราถึงต้องแคร์ความรู้สึกด้วย ?
- ทำไมคนเราถึงต้องคิดมาก เก็บสิ่งที่ไม่อยากคิดมาคิดอยุ่ได้ ?
- ทำไมคนเราถึงต้องร้องไห้เมื่อ ไม่สบายใจ ?
 
คำตอบของเรา

- การที่เราแคร์ ความรู้สึก ใครสักคน ผมคิดว่า ตัวเรากับคนๆนั้น ต้องมีความสัมพันธ์เบื้องต้น คือ รู้จัก สนิทสนม
และการแคร์ คือ การเป็นห่วง ห่วงใย  ซึ่งก้อไม่รุว่าไปสร้างความรำคาญให้เค้ารึป่าว
- สิ่งนี้ ผมยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลย ผม พยายามลืม ก็ ทำไม่ได้ อาจเพราะคำว่าเพื่อนหรือ ความห่วงใยล่ะมั้ง
- ผม รู้สึกการร้องไห้เป็นสิ่งดี แต่การร้องคือการน้อยใจตัวเอง แต่ถ้าเราร้องไห้ออกมาก็ทำให้สบายใจน่ะ
แต่คงไม่มานั่งร้องไห้ให้ใคร เหนหรอก ก้อมันน่าอายนิน่า
 
สุดท้าย เราเองก้อเปนคนธรรมดา ธรรมดา  ที่ คอยรุสึก เปนห่วงเพื่อนๆอยุเสมอล่ะนะ >_<
 
บาง ช่วง อาจจะเครียดไปบ้าง แต่ก้อช่างมานเถอะ  >_< ไม่เปนไร
 
 
 
รักเพื่อนทุกคนนา >_<
 
GOOD NIGHT
1月11日

อารายดีล่ะ

 
 
 
พอมานั่งคิดทบทวน
 
 
 
ก้อไม่รู้ว่าอันไหนมาน จะน่าเสียใจกว่า กัน
 
 
 
พูดโดย ไม่ตริตรอง 
 
 
กับ...
 
 
คิดจนไม่ได้พูด
 
 
ไม่ว่าจะอันไหน ไหน  มานก็
 
 
น่ารำคาญ น่ารำคาญ น่ารำคาญ
 
 
อยุ อยุ ทำไม เรา ถึงมาเขียนเรื่องพวกนี้นะ
 
 
ปวดกบาล ไม่สบาย มากไป   หรือยังไงกัน
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นึกที่เหลือไม่ออกง่ะ 

นึกออกแล้วจะมา เพิ่มละกันนะ  Y-Y
1月9日

อือหือ

ทำไม ทำไม ทำไม

ไปทะเล  สนุก





 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 



ไปมาคราวนี้ ได้ความคิดเพิ่มมาอีกอย่าง

เวลา คิด อยากจะทำอะไร 

ถ้ามีโอกาสทำได้ก็ทำนะ

ก่อน ที่ จะไม่มีโอกาสที่จะได้ทำ

แล้วจะต้องมานั่งเสียใจ

ได้แต่คิดว่า ทำไม ไม่ยอมทำ

ผลของการที่ไม่ได้ทำ มันจะติดค้างอยุในใจ

น่ารำคาญซะยิ่งก่า อะไรดีซะอีกแหน่ะ



คงได้แต่พูดว่า อยากมีไทม์แมชชีนจัง ทำไม เราไม่เปนคนที่โชคดีแบโนบิตะบ้างนะ

ที่ได้มี เพื่อน ดี ดีอย่างโดเรมอน และโอกาสแก้ตัวอีกมากมาย

 
 
 
เรื่องมันบังเอิญจริงไหม
ให้เราเจอกันวันนี้ เธอคงสบายดีอยู่ใช่ไหม
ตั้งแต่เจอกันวันนั้น ไม่รู้เป็นอย่างไร
เธอรู้บ้างไหมฉันเป็นห่วง

ไม่เจอกันนานเกินมั้ง ท่าทางเธอก็ยังเขิน
และดูเธอกังวลเมื่อพบฉัน
ไม่มีอะไรหรอกนะ มาทักทายเท่านั้น
ไม่เห็นจะต้องกลัวมากมาย

ถ้าลำบากใจก็ไม่ต้องทัก
ถ้าทักแล้วลำบาก อยากให้เธอยิ้ม
ไม่ใช่มาทำกลุ้มใจ
ไม่อยากคุยกับฉัน แต่ฉันก็ไม่เคยเสียใจ
ไม่รู้ว่าเนิ่นนานเท่าไหร่
ยังรักเธอไม่เปลี่ยน

ก็คนมันเคยใกล้ชิด สนิทกันขนาดไหน
ไม่เจอกันนานไปก็คิดถึง
โอกาสดีๆวันนี้ เลยทักสักหน่อยนึง
ไม่คิดจะทำให้วุ่นวาย

ถ้าหากเธอยังสับสน ถ้าหากกังวลใจ
ก็คงไม่เป็นไรในครั้งนี้
แต่หากเธอกังวลนัก
หากพบกันอีกที แค่ยิ้มให้กันหน่อยก็พอ

ถ้าลำบากใจก็ไม่ต้องทัก
ถ้าทักแล้วลำบาก อยากให้เธอยิ้ม
ไม่ใช่มาทำกลุ้มใจ
ไม่อยากคุยกับฉัน แต่ฉันก็ไม่เคยเสียใจ
ไม่รู้ว่าเนิ่นนานเท่าไหร่
ยังรักเธอไม่เปลี่ยน

ถ้าลำบากใจก็ไม่ต้องทัก
ถ้าทักแล้วลำบาก อยากให้เธอยิ้ม
ไม่ใช่มาทำกลุ้มใจ
ไม่อยากคุยกับฉัน แต่ฉันก็ไม่เคยเสียใจ
ไม่รู้ว่าเนิ่นนานเท่าไหร่
ยังรักเธอไม่เปลี่ยน






































ทำไม ถึงพึ่งมานึกได้นะ ว่า คิดถึง คน ที่จากกัน  จะมีโอกาสได้เจอกันอีกไหมนะ

....











1月2日

new-year

                                                                                                                                                        *********
เฮ้อ~~~~~                                                                                                             bottom of the last messenger
ปีใหม่เปนไงบ้าง -------------------------->   อยุกะญาติ count down  ขณะนั่งรถกลับ  

                                                                                    |
                                                                                    |
                                                                                    v
                                                                                   แจ่ม เงียบ ดี แท้ แท้ เลย 
                                                                                                          >>>>>>    แต่นะ  
                                                                                                                              ยังมี sms  ทยอยกันเข้ามา (ฮา) 
                                                                                                                              ทำให้ไม่เหงาสักเท่าไหร่  



                                                                           แล้วตอนนี้ล่ะ เปนไงบ้างแล้ว  
                     ก้อโอเชอ่ะ สบายดี  ออกจะดูรื่นเริงก่าปกติ<<<<
                            >>>>                                                                        เพราะอะไรน่ะหรอ  
                                                                                                                                 >>>  ไม่รู้เหมือนกัน ;p
                                                                                                                                       
lol ...เอาเปนว่า  ช่างมานเหอะ  มีความสุข ก้อโอแระ    ช่ายม๊ะล่ะ ?     

ความจริงในใจ
ความจริงรู้สึกผิดเต็มหัวใจ
ต่อคนข้างกายฉันที่ยังคงเดินด้วยกัน
ใจเจ้ากรรมยังคงไหวหวั่น
กลับไปคิดถึงเธอคนเดิมคนนั้น
ก็รู้ว่าไม่ควรคิด ก็รู้ว่าผิดต่อเขาที่อยู่ตรงนี้
ฉันรู้ว่าควรจะลืมเรื่องของเธอ
ถ้าคนข้างฉันรู้เรื่องเธอ เขาคงหมดใจ
ฉันไม่รู้ว่าเหตุผลใด ภาพเธอนั้นยังคงรบกวนจิตใจ
ก็รู้ว่าไม่ควรคิด ก็รู้ว่าผิดต่อเขา
แต่เธอคนนั้น
ความจริงในใจ
ไม่เคยมีใครแทนที่ความรู้สึก
ที่ฉันยังมีให้เธออยู่
เธอยังคงมาวนเวียนอยู่ในความฝันยามค่ำคืน
ให้ฉันเองสับสนในใจ
ก็รู้ว่าไม่ควรคิด ก็รู้ว่าผิดต่อเขา
แต่เธอคนนั้น
ความจริงในใจ
ไม่เคยมีใครแทนที่ความรู้สึก
ที่ฉันยังมีให้เธออยู่
เธอยังคงมาวนเวียนอยู่ในความฝันยามค่ำคืน
ให้ฉันเองสับสนในใจ
ความจริงในใจ
ไม่เคยมีใครแทนที่ความรู้สึก
ที่ฉันยังมีให้เธออยู่
เธอยังคงมาวนเวียนอยู่ในความฝันยามค่ำคืน
ให้ฉันเองสับสนในใจ
 

ใครมี อะไรอยุในใจก้ออย่าเก็บไว้มากอ่ะ   เด๋ว จาหายใจกานไม่ออกพอดี 
พูดไปงั้นแหละ  พูดยากจะตาย นินะ  
รุหรอก ว่าอยากบอกใจจะขาด 
ไม่อยากจาเก็บให้มาน นาน นาน อ่ะดิ
  
                                                                                    ลองบอกคนอื่น ลองระบายให้คนอื่นฟังซิ  น่าจะดีขึ้นมากนะ 
                                  เหอะ เหอะ สู้ตาย  !!! (อย่าตายก่อนสู้กันนะ)



หายใจได้อีกครั้ง
ขอได้มั้ย ฉันขอได้มั้ย
มีให้เท่าไหนก็ขอเท่านั้น
แบ่งใจเธอให้กัน
มากหรือน้อยไม่เป็นไร
ไม่ต้องคิดว่าคบกับฉัน
อย่าทิ้งเวลาที่ฉันไม่ไหว
อยู่กุมมือฉันไว้
ก็เท่านี้ต้องการ
แค่ได้มองเธอ
ได้คิดถึงเธอแบบนั้น
อยากมีคนในใจ
ให้หัวใจได้ผูกพัน
ไม่ต้องบอกว่ารักกัน
ไม่เคยฝันเลยคำนั้น ยิ่งใหญ่ไป
ซักคำว่าห่วงใย
โลกทั้งใบก็ไม่เฉา
เปลี่ยนเวลาตรงนี้ที่มืดและหนาว
กลายเป็นเช้าที่สว่าง
แล้วคนจะขาดใจ
คงหายใจได้อีกครั้ง
ให้พอมองเห็นทาง
ต่อชีวิตที่อ้างว้างด้วยมือเธอ
เหตุผลที่ฉันยังหายใจ
เหตุผลของฉันมีแต่เธอ
ขอได้มั้ย ฉันขอได้มั้ย
มีให้เท่าไหนก็ขอเท่านั้น
แบ่งใจเธอให้กัน
มากหรือน้อยไม่เป็นไร
แค่ได้มองเธอ
ได้คิดถึงเธอแบบนั้น
อยากมีคนในใจ
ให้หัวใจได้ผูกพัน
ไม่ต้องบอกว่ารักกัน
ไม่เคยฝันเลยคำนั้น ยิ่งใหญ่ไป
ซักคำว่าห่วงใย
โลกทั้งใบก็ไม่เฉา
เปลี่ยนเวลาตรงนี้ที่มืดและหนาว
กลายเป็นเช้าที่สว่าง
แล้วคนจะขาดใจ
คงหายใจได้อีกครั้ง
ให้พอมองเห็นทาง
ต่อชีวิตที่อ้างว้างด้วยมือเธอ
เหตุผลที่ฉันยังหายใจ
เหตุผลของฉันมีแต่เธอ
ซักคำว่าห่วงใย
โลกทั้งใบก็ไม่เฉา
เปลี่ยนเวลาตรงนี้ที่มืดและหนาว
กลายเป็นเช้าที่สว่าง
แล้วคนจะขาดใจ
คงหายใจได้อีกครั้ง
ให้พอมองเห็นทาง
ต่อชีวิตที่อ้างว้างด้วยมือเธอ
เหตุผลที่ฉันยังหายใจ
เหตุผลของฉันมีแต่เธอ
เหตุผลที่ฉันยังหายใจ
เหตุผลของฉันมีแต่เธอ


ตื่นตอนเช้าวันนี้อะไรๆก็ดูเหมือนเดิม
ถนนผู้คนมากมายที่ยังคุ้นเคย
และเป็นเช้าที่ไม่เคยเปลี่ยน
แต่ตัวฉันวันนี้อะไรๆก็คงไม่เหมือนเก่า
ก็ใจของฉันที่ยังแอบรักเขา
มันเปี่ยมล้นจนเต็มทั้งหัวใจ
ก็เธอที่ฉันยังเก็บไม่พูดไป
ไม่รู้จะทนได้นานสักเท่าไร
ในใจที่มันยิ่งคิดยิ่งหวั่นไหว
ก็ฉันอยากเดินเข้าไปบอกรักเธอ
แม้รู้ว่าเธอไม่เคยจะสนใจ
ก็ฉันก็เป็นแค่คนอื่นทั่วไป
ที่หลงรักเธอใช่ไหม
ให้ฉันได้เอ่ยหนึ่งคำที่สำคัญ
แม้รู้ว่ามันอาจทำให้เสียใจ
ให้ฉันได้บอกความจริงที่เก็บเอาไว้
เธอจะรับฟังใช่ไหมว่าฉันแอบรักเธอ
(ฉันแอบรักเธอ)
บอกไปแล้วอะไรๆๆจะดีขึ้นหรือเปล่า
จะยิ้มหัวเราะหรือฉันต้องทนเหงา
คำตอบเขาแล้วเขาจะว่าไง
ก็เธอที่ฉันยังเก็บไม่พูดไป
ไม่รู้จะทนได้นานสักเท่าไร
ในใจที่มันยิ่งคิดยิ่งหวั่นไหว
ก็ฉันอยากเดินเข้าไปบอกรักเธอ
แม้รู้ว่าเธอไม่เคยจะสนใจ
ก็ฉันก็เป็นแค่คนอื่นทั่วไป
ที่หลงรักเธอใช่ไหม
ให้ฉันได้เอ่ยหนึ่งคำที่สำคัญ
แม้รู้ว่ามันอาจทำให้เสียใจ
ให้ฉันได้บอกความจริงที่เก็บเอาไว้
เธอจะรับฟังใช่ไหมว่าฉันแอบรักเธอ
(ฉันแอบรักเธอ)
ก็ฉันอยากเดินเข้าไปบอกรักเธอ
แม้รู้ว่าเธอไม่เคยจะสนใจ
ก็ฉันก็เป็นแค่คนอื่นทั่วไป
ที่หลงรักเธอใช่ไหม
ให้ฉันได้เอ่ยหนึ่งคำที่สำคัญ
แม้รู้ว่ามันอาจทำให้เสียใจ
ให้ฉันได้บอกความจริงที่เก็บเอาไว้
เธอจะรับฟังใช่ไหมว่าฉันแอบรักเธอ
(ฉันแอบรักเธอ) 


ก้อขอห้าย ทุกคนสมหวังละกัน  ขอแค่ให้มีหวัง  ความฝัน ก้อจะมีสิทธ์เปนจริง

แม้ บางอย่างอาจไม่ถึง 1%  แต่ก้อไม่ใช่ 0 ซะทีเดียว 


สู้ สู้  

ปล. 1   ปีใหม่ มีความสุข มากมาก  นะ
--------------------->                              look at under  a star
ปล. 3   ขอให้สมหวัง ในสิ่งที่หวังนะ

ปล. 4  งง อ่ะดิ ว่าปล.2 หายไป  ไหน  ลอง หาดูนะ  ปล.2 มานก้ออยุระหว่าง 1กะ 3 นั่นแหละ แหะ แหะ    

  ปล.2 ร้ากกก ทุก คน ค้าบบบบบบบบ
12月29日

seng seng

SENG VA  



คอยห้ามใจทีไรมันก็ยัง ทนไม่ไหว
ทุกครั้งที่เราใกล้ชิดกัน ฉันเพ้อฝันไปถึงไหน

* อย่าไปอยู่ใกล้เธอ เตือนหัวใจตัวเอง
อย่ามัวฝันถึงเธอ แล้วฉันจะทำได้ไหม
อย่าคอยส่งยิ้มให้เธอ เธอคงไม่สนใจฉันสักนิดเลย

แล้วฉันจะฝืน ฝืนหัวใจตัวเองได้ไหม
แล้วฉันจะฝืนความรู้สึกของฉันได้ยังไง
ไม่อาจจะฝืนความรักที่มันเอ่อล้น
ฉันนั้นต้องฝืนทนกล้ำกลืน
อยู่กับความขื่นขม ที่เธอมองว่าฉันไม่มีตัวตน
ถึงจะยากเย็นเพียงใด ฉันก็คงต้องฝืนต่อไป

(ซ้ำ *)

แล้วฉันจะฝืน ฝืนหัวใจตัวเองได้ไหม
แล้วฉันจะฝืนความรู้สึกของฉันได้ยังไง
ไม่อาจจะฝืนความรักที่มันเอ่อล้น
ฉันนั้นต้องฝืนทนกล้ำกลืน
อยู่กับความขื่นขม ที่เธอมองว่าฉันไม่มีตัวตน
ถึงจะยากเย็นเพียงใด ต่อให้ฉันต้องทำอย่างไร
ฉันต้องทำให้ได้ ฉันต้องฝืนหยุดรักเธอ

แล้วฉันจะฝืน ฝืนหัวใจตัวเองได้ไหม
แล้วเธอฝืนความรู้สึกของฉันได้ยังไง
ไม่อาจจะฝืนความรักที่มันเอ่อล้น
ฉันนั้นต้องฝืนทนกล้ำกลืน
อยู่กับความขื่นขม ที่เธอมองว่าฉันไม่มีตัวตน
ถึงจะยากเย็นเพียงใด ฉันก็คงต้องฝืนต่อไป

ถึงจะยากเย็นเพียงใด ฉันก็คงต้องฝืนต่อไป
แล้วฉันจะฝืนได้ไหม
ฉันนั้นต้องฝืนต่อไป

______________________________________________

เส้นทางของฉันที่มันมืดมนเลือนลาง~ ใจที่อ้างว้างไม่รู้ทิศทางเดินไป ~ เส้นทางนี้ ~หรือทางไหน ~ยังค้างยังคงคาใจเรื่อยมา~~ เส้นทางของฉันนับวันยิ่งแสนเดียวดาย ~มองไปทางไหนเงียบงันทุกวันเวลา มันสับสน~ มันเหนื่อยล้า~~ ไม่รู้ว่ามาถูกทางบ้างไหม  เหนื่อยแล้ว~~ ฉันเองเหนื่อยแล้ว~  ยิ่งค้น~~ก้อยิ่งจะสับสน~ ก้อไม่รู้ต้องเดินทางไหน เมื่อยิ่งค้นยิ่งดูห่างไกล เมื่อยิ่งถามยิ่งไม่เข้าใจ ตัว เอง ~~~

แล้วก้อกลับมาสิ้นคิดเหมือนเดิม 5 5 5 ^ ^

พิมไว้สักหน่อยดีกว่า

วันนี้  สอบ เสร็จ รู้สึกโล่งดีจัง

แต่ ทำไม ในใจมานยังรู้สึก แปลก แปลก

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า มันเปนอะไร  

สงกะสัย ยัง คง หวาดผวากะผลการสอบแหง๋

แต่ นะ  ปลง ได้ แล้ว ล่ะ แหะ แหะ

อะไร อะไร ก็เกิดขึ้นได้ ถ้ามีปาปริก้า  กร๊ากกกก

12月27日

ประสบการณ์ใหม่ >_<

วันนี้เขียนบ้างดีก่า  เด๋ว จาหา ว่าอัพแบบ สิ้นคิดฟ่ะ 

ก้อนะ วันนี้  happy ดี  หลังจากสอบ ไซโค -   -'''

                   |
                   |
                   v
               ก้อนะ  นึกว่า ต้องขึ้นรถเมล ไปรอแม่ ที่ ฟิวเจอร์คนเดียวซะแระ  กะ จา ขึ้น  ไป  สองสาม รอบ แระ   แต่ เหนคนมานเยอะ เลยไม่ขึ้น
นั่งรอ ไปๆ มาๆ  สัก 10นาที ก่าๆ  -   -''  ยังไม่ว่างเลย  เลยไปหาซื้อน้ำมาดื่ม  ดันไป เจอ เพื่อนเข้า  เค้าเลยถาม ไปไหนเนี่ย 

                         ก้อง :  ไปฟิว อ่ะ
                         เพื่อน:  พอดีเลย เราจาไปเหมือนกาน ไปด้วยกานไหม

แค่ นี้ แหละ ก้อ happy  แล้ว  ดีจาตาย มี เพื่อนไปเดินห้างแระ
ปกติไม่มีนิน่า T-T      

      อ่อ  >>>>>  ต่อจากนี้ ความรุสึกส่วนตัว

                        เพิ่งเคยเดินห้างแบบ เดินดู เสื้อผ้า และ ของต่างๆนานา ก้อครั้งนี้แหละ  ปกติ ไม่ค่อยได้ ดูเอง  มีคนซื้อให้ซะส่วน ใหญ่
แถม ส่วนมาก มาก้อดูแต่ร้าน หนังสือ -  - ''''  สงสัยต่อไปคงต้อง ลองหา เลือกดูเองบ้างแล้ว  

จาว่าไป มานก้อหนุกดี นะ เดินแบบนี้อ่ะ   แต่ ถ้ามาเดินคนเดียว คง ไม่ อยากเดินแน่เรยแฮะเรา     แถม รุสึกว่านะ

"ถ้า ไม่  มี  คน  เดิน  นำ  ก้อ  ไม่  รุ  เหมือน  กาน  ว่า  จา ดู  ไร ดี"
                                    
 

 

แหะ แหะ  ดู ดู ปาย มาน ก้อไม่เหนจามีสาระไรเรยนิฟ่า T-T


เอาเหอะ


                           ไม่ลืมแถมท้าย ด้วยเพลง when i fall in love

 ชอบ จาง เรย  มะวัน เสาร์นั่งดู   อยากดูอีก  พอลล่า น่าร้าก (แม้ใน หนังเรื่องนี้มานจาโทรมไปหน่อยก้อเต๊อะ)

___________________________________________________


It's the coldest night, people passing by
You will be the one that light up my life
When you're close to me, make me feel alive
Like never before, when my whole world had died

Painful memories, lonely places
I had been there a long time
Now I found you, where I belong
My whole life will never be the same

When I fall in love with you
Anything is out of the blue
In the dark night
There'll be sunlight
And you'll be the destiny that I'm going to
When I fall in love with you
Wishing dream is forever true
Having you right here, face to face
Let nobody else comes between me and you
When I fall in love

There will be no more, no more lonely night
I'll cry out no more, love has come ease the pain
Just to touch your hands, whispering your name
I can feel no pain, feel myself breath again

Painful memories, lonely places
I had been there a long time
Now I found you, where I belong
My whole life will never be the same

When I fall in love with you
Anything is out of the blue
In the dark night
There'll be sunlight
And you'll be the destiny that I'm going to
When I fall in love with you
Wishing dream is forever true
Having you right here, face to face
Let nobody else comes between me and you
When I fall in love
12月25日

แด่ ครายสักคนน่ะนะ

แด่ใครสักคน รักแท้ของคนๆหนึ่ง ที่มีในโลกนี้ คนที่แม้ไกลยังบินข้ามฟ้าเพื่อมารักกัน แม้วันล่วงเลยยังเดินจับมืออยู่อย่างนั้น แต่คนคู่กันกับฉันนั้นอยู่หนใด..... ไม่มีคนไหนที่เจอ...ไม่มีคนไหนใช่เธอ ไม่รู้ว่าเธอมีจริงอยู่หรือเปล่า... เมื่อความเงียบเหงาเริ่มเกิด ก็ทำให้ใจเริ่มหวั่นไหว... แล้วคนที่รักฉัน อยู่ตรงไหน ที่โลกกว้างใหญ่นี้จะมีบ้างมั๊ย... เสียงของหัวใจข้างในนี้....เรียกหาเธอ ขอเพียงคนหนึ่งแค่เท่านั้น ที่ฉันจะได้เจอ.......เธอที่รักจริงๆ แล้วต้องเดินทางตามหา อีกนานสักแค่ไหน หรือฟ้าสร้างใจให้เกิดมา....ฉันต้องเดียวดาย ขอเพียงสัญญาณว่าเธอ....มีจริงอยู่ได้มั๊ย เพื่อในหัวใจได้หวังได้อุ่น....สักที ไม่มีคนไหนที่เจอ...ไม่มีคนไหนใช่เธอ ไม่รู้ว่าเธอมีจริงอยู่หรือเปล่า... เมื่อความเงียบเหงาเริ่มเกิด ก็ทำให้ใจเริ่มหวั่นไหว... แล้วคนที่รักฉัน อยู่ตรงไหน ที่โลกกว้างใหญ่นี้จะมีบ้างมั๊ย... เสียงของหัวใจข้างในนี้....เรียกหาเธอ ขอเพียงคนหนึ่งแค่เท่านั้น ที่ฉันจะได้เจอ.......เธอที่รักจริงๆ ที่โลกกว้างใหญ่จะมีบ้างมั๊ย... เสียงของหัวใจข้างในนี้...เรียกหาเธอ ขอเพียงคนหนึ่งแค่เท่านั้น... ที่ฉันจะได้เจอ.......เธอที่รักจริงๆ เฝ้าคอยวันหนึ่งที่วันนั้น......ใจฉันจะเลิกเหงา วันที่เรา........พบกัน รุสึก

 

 

 

 

 

เหมือนเล่นง่ายไปหน่อยแฮะ แต่นะ เอิ๊กซ์

12月20日

แหะ แหะ

แหะ แหะ ได้ ไป พบ คน น่า รัก  น่า  รัก  ด้วย  ล่า~~~ 

ตามหาคนตามจาย >_<

ไม่ต้องมาใกล้ไป แต่ต้องไม่เหินห่าง
ถ้าฉันอ้างว้าง อยู่ไหนต้องรีบมา
มีไรต้องพูดกัน แต่ต้องฟังฉันมากกว่า
แค่เนี้ยะไง

พยายามตามหาบางคน
ตามหาคนตามใจ สุดท้ายก็พบเธอ

ไม่รู้ว่าเธอนั้นจะใช่คนนั้นไหม
ไม่รู้ชอบคนที่เอาแต่ใจไหมเธอ
ถ้าฉันไม่ฟังแล้วยังจะรักฉันเหรอ
อย่างงี้ต้องลองดูสักครั้ง

ถ้าแอบไปจ้องใคร เธอก็ไม่ต้องขัด
ไม่ชอบผูกมัด แต่เธอห้ามมองใคร
เป็นคนไม่ชอบจำ ชอบทำเรื่องเล็กให้ใหญ่
แค่เนี้ยะเอง

พยายามตามหาบางคน
ตามหาคนตามใจ สุดท้ายก็พบเธอ

ไม่รู้ว่าเธอนั้นจะใช่คนนั้นไหม
ไม่รู้ชอบคนที่เอาแต่ใจไหมเธอ
ถ้าฉันไม่ฟังแล้วยังจะรักฉันเหรอ
อย่างงี้ต้องลองดูสักครั้ง

ฉันยอมให้เธอช่วยตามใจ

พยายามตามหาบางคน
ตามหาคนตามใจ สุดท้ายก็พบเธอ

ไม่รู้ว่าเธอนั้นจะใช่คนนั้นไหม
ไม่รู้ชอบคนที่เอาแต่ใจไหมเธอ
ถ้าฉันไม่ฟังแล้วยังจะรักฉันเหรอ
อย่างงี้ต้องลองดูสักครั้ง

ถ้าฉันไม่ยอมแล้วเธอจะยอมฉันไหม
ถ้าฉันไม่ไปแล้วเธอจะมาไหมเธอ
สมมุติฉันนอนแล้วเธอจะรอฉันเหรอ
อย่างงี้ต้องลองดูสักครั้ง ฉันยอมให้เธอช่วยตามใจ  

 

 

 I Think I (Thai)
----------- คอยเตือน และบอกไว้ อย่าเผลอไปมีใจให้กับเธอ...ฮืมและไม่มีทาง ที่จะเปิดใจที่จะปล่อยใจให้ผูกพันแต่ฉันมันคงเหงาอยู่เกินไป ก็เลยไม่อาจฝืนเก็บในใจ
------------ *ทุกครั้งที่เธออยู่ตรงนี้ ในใจคนๆ นี้ ก็อยากบอกความจริงให้เธอรู้
--------------- **I think I love you ยิ่งคิดยิ่งมั่นใจ
Coz I miss youวันไหนไม่เจอเธอแล้ว ใจมันจะละลาย ดูมันเดียวดาย และใจมันร่ำร้องอยากพบเธอ
I'm falling for you ไม่รู้เพราะอะไร
Now I need youรู้เพียงแค่วันนี้ แค่มีเธอเคียงกาย แค่มีเธอในใจ ก็อบอุ่นไม่เหมือนอย่างที่เคย I love youดูเราต่างกันแค่ผูกพัน ฉันรู้ ก็เพื่อนเธอคนหนึ่ง....อืมก็เราไม่เคยห่างกัน ถ้าคิดจะมาคบกัน ไม่รู้จะรักกันได้ยังไงได้แต่คิด และทบทวนอยู่ในใจ ก็ยังมัวทนฝืนอยู่ทำไม
( * / ** )
------------ ก็ยังยืนยันอยู่กับใจตัวเองก่อน ที่ยืนยันคือจะรักเธอเท่านั้น oh yeahก็คนรักที่ตามหา รอเพียงเวลาเธอเผยใจกันแต่ฉันยังกลัวๆ ก็ฉันยังไม่กล้าบอกเธอ...ให้รู้
I think I love you... miss you
ใจมันละลาย ดูมันเดียวดาย....Oh oh oh oh oh.....miss you
มีเธอเคียงกาย Oh oh oh oh โบวาโย...oh

12月16日

เหงาๆ

อาจเป็นเพราะว่าลมมันเย็น ทำให้หัวใจมันวังเวง กว่าวันไหน
ฟ้าก็ไม่มีดาว คนก็เหงาใจเกินจะกล่าว ทำไมไม่ไหว
อยู่คนเดียว ไม่ไหวไม่รู้ว่าใจจะขาดตรงนี้หรือเปล่า
รบกวนเธอมาหากันได้ไหม
ก็อยู่กับฉันหน่อยได้ไหม อยากจะขอให้เธอเข้าใจ
มันเหงาเกินไป ให้อยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว
นะมาเถอะนะ อยากขอแค่เราได้พบกัน
แค่สักวัน และฉันมีความในใจจะบอกเธอ
ก็เพราะฝนกำลังจะตก เลยทำให้ฉันนั้นต้องสลด และหวั่นไหว
ฉันไม่ค่อยสบาย ก็เพราะคิดถึงเธอจะตาย คงไม่หาย ถ้าเราไม่ได้พบกัน
อยู่คนเดียว ไม่ไหวไม่รู้ว่าใจจะขาดตรงนี้หรือเปล่า
รบกวนเธอมาหากันได้ไหม
ก็อยู่กับฉันหน่อยได้ไหม อยากจะขอให้เธอเข้าใจ
มันเหงาเกินไป ให้อยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว
นะมาเถอะนะ อยากขอแค่เราได้พบกัน
แค่สักวัน และฉันมีความในใจจะบอกเธอ
อยู่คนเดียว ไม่ไหวไม่รู้ว่าใจจะขาดตรงนี้หรือเปล่า
รบกวนเธอมาหากันได้ไหม
ก็อยู่กับฉันหน่อยได้ไหม อยากจะขอให้เธอเข้าใจ
มันเหงาเกินไป ให้อยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว
นะมาเถอะนะ อยากขอแค่เราได้พบกัน
แค่สักวัน และฉันมีความในใจจะบอกเธอ
อยู่ที่ไหนที่เธอต้องการ ให้ฉันกำลังจะบอกรักเธอ
12月15日

มีอาการ

ที่เธอเห็นว่าฉันไม่มองไม่แคร์ เหมือนว่าฉันไม่เคยจะสนไม่ชอบเธอ รู้ไหมมันไม่จริง
อยากจะยิ้มให้เธอสบตาทักทาย ใจกลับอายก็ได้แต่เฉยทั้งที่มันไม่จริง

ได้แต่ฝันเอาเองคนเดียว อยากให้เธอรู้มีเธอคนเดียว แต่หัวใจไม่กล้าพอ

กลัวจะมีอาการให้เธอรู้แค่เจอก็ยังสั่น ทำได้เพียงหลบตาเธอเท่านั้น
กลัวจะมีอาการให้เธอเห็นแล้วเธอนั้นรู้ทัน ก็กลัวเธอนั้นไม่เหมือนเดิม

หากว่าฉันบอกเธอออกไปเหมือนใจ ฉันก็กลัวว่าวันพรุ่งนี้เธอจะเปลี่ยน เพราะฉันไม่เข้าใจ
อยากจะยิ้มให้เธอสบตาทักทาย ใจกลับอายก็ได้แต่เฉยทั้งที่มันไม่จริง

ได้แต่ฝันเอาเองคนเดียว อยากให้เธอรู้มีเธอคนเดียว แต่หัวใจไม่กล้าพอ

กลัวจะมีอาการให้เธอรู้แค่เจอก็ยังสั่น ทำได้เพียงหลบตาเธอเท่านั้น
กลัวจะมีอาการให้เธอเห็นแล้วเธอนั้นรู้ทัน ก็กลัวเธอนั้นไม่เหมือนเดิม

กลัวจะมีอาการให้เธอรู้แค่เจอก็ยังสั่น ทำได้เพียงหลบตาเธอเท่านั้น
กลัวจะมีอาการให้เธอเห็นแล้วเธอนั้นรู้ทัน ก็กลัวเธอนั้นไม่เหมือนเดิม

กล้วเธอนั้นไม่เหมือนเดิม
12月13日

free free

....................
 
say something !? 
 
 
what's in you mind?      
 
plzz   tell me...........